ทำดี.. ทำงั้ย...

posted on 17 Nov 2007 20:42 by danailieo

 

                    ณ    วันที่   12   พฤศจิกายน   พ.ศ.   2550  

 

เวลาประมาณ   ตี  2.45 นาที      ซึ่งมันควรจะเป็น เวลานอนของผมแล้ว    

แต่ผมยังนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์อยู่      การนั่งหน้าจอคอมฯ   เป็นเวลา

นานทำให้   โสตประสาทตาของผมเริ่มที่จะ อ่อนแรงลงไปทีละนิด   

ทีละนิด    เหมือนกับถ่านไฟฉายที่กำลังจะหมด แสงลงไปอย่าง   ช้า   ช้า

อากาศตอนนี้ก็เริ่มจะหนาวลงเรื่อย  เรื่อย   ทั้ง  ทั้ง   ที่ผมก็เปิดแค่พัดลม

ส่ายไป    ส่ายมา    เท่านั้นเอง    เป็นอะไรไปนะเรา    ทำมั้ยวันนี้รู้สึก

แปลก  แปลก  ผมกวาดสายตาไปรอบ  รอบ  ห้อง แล้วนำมันทั้งคู่ กลับมา

จ้องมองที่หน้าจอคอมฯ  ใหม่   มือผมเริ่มสั่น   สั่นพร้อมกับ ค่อย  ค่อย

มีน้ำไหล ซึมออกมาจากฝ่ามือทั้งสองข้าง   นิ้วของผมเริ่มที่จะเกร็งจนบังคับ

มันต่อไปอีกไม่ได้    ผมเป็นอะไรไป วะเนี่ย    นิ้วนางของมือข้างซ้ายที่ปกติ

จะวางไว้อยู่บนตัว  S  มันขยับขึ้นไปนิดนึงเพื่อไปกด  ตัวดับเบิ้ลยู 3  ครั้ง   

ทำไมมันถึงขยับเองวะ    นิ้วของผมยังขยับต่อไปไม่หยุด    มันยิ่งขยับ 

เร็วขึ้น   เร็วขึ้น   เพื่อกด ตัวอักษรต่าง  ต่าง  ต่อไป   ตัวอี   ตัวเอ๊กซ์    ตัวที    

ครานี้มันกดตัวอีถึงสองตัว  แล้วจบด้วย  ตัวเอ็น  ดอทคอม  หน้าจอของผม

เปลี่ยนไป  แต่กลับมีข้อความปรากฏขึ้นมาแทน                         

 

 

    Tag : ทำดีเพื่อพ่อ..... ฝากคุณ  freedom_line เขียนด้วยนะค่ะ   

 

 

ข้อความนี้   ทำให้ม่านตาของผมเริ่มที่จะขยายกว้างมากขึ้น   ความง่วงที่

ตอนแรกโครตง่วงตอนนี้ หายไปเป็นปลิดทิ้ง   อะไรวะเนี่ย   ให้เขียน

เรื่องทำดีเพื่อพ่อ  ตัวผมเองยังสะกดคำว่าทำดีไม่ค่อยจะถูกเลย  แถมยังต้อง

ทำเพื่อพ่ออีก   แล้วจะทำงั้ยฟะ     

 

 

 กริ๊ง....    กริ๊ง........              

 

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น   เมื่อคืนผมนอนไม่ค่อยหลับ  นอนตัวเกร็งไปหมด

ย่างกับโดนผีอำยังงั้ย อย่างงั้นผมนอนเอามือก่ายหน้าผาก  แล้วก็คิดต่อไป

ว่าจะทำงั้ยดี     ทำงั้ยดีวะ    อืมมมมม....    เอาวะเพื่อ พ่อ.....   นอนยังงี้สงสัย

คงจะไม่ได้อะไรลองออกไปหาไอ้เจ้าคำว่า      ดี        ดูดีกว่า   ว่าหน้าตา

มันเป็น ยังงั้ย    ผมกระโดดลุกขึ้นจากเตียง   จัดแจงอาบน้ำ   แต่งตัว 

แล้วเปิดประตูเดินออกจากบ้านไป    

 

 

จะไปหาที่ไหนดีล่ะ  ?                  

         

เวลา  10.45  น.     ร้านหนังสือ นี่ล่ะครับที่แรกที่ผมจะไป  ผมจะลอง

หาหนังสือ   ชื่อการทำดี อย่างไรให้ถูกวิธี     หรือการทำความดี 108 อย่าง  

หรือการทำความดีขั้นพื้นฐาน    หรือ........     ผมค่อย   ค่อยไล่ดูหนังสือ

ปทีละชั้น  ทีละชั้น   โดยจะเน้นดูตรงสันหนังสือที่มีคำว่า       ดี      

เป็นพิเศษ    ผมใช้ เวลาหานานนับชั่วโมงแต่ไม่เห็นจะมีซักเล่ม   ผมเดิน

คอตกออกจากร้านหนังสือไป   เอ๋......ตังค์ใครตกวะ   ของพี่คนนี้แน่เลย 

ผมรีบเก็บเงินขึ้นมา  แล้วรีบเดินไปหาเขา  พี่  พี่  ตังค์ตกครับ   ผมส่งเงิน

คืนให้กับเขา ไป    แล้วพี่เขาก็ยิ้มขอบคุณผม        

 

 

แล้วเราจะไปไหนต่อดีหว่า  ?        

   

เวลา   14.37  น.    วัด  ครับคุณไม่ได้อ่านผิดแน่  ผมมาที่วัดแถวบ้านครับ 

หลังจากที่ไม่ประสบ ความสำเร็จกับการไปร้านหนังสือ    แต่ถ้าพูดถึงความ  

   ดี        คงจะต้องไม่พ้นที่นี่ แน่   แน่    มันต้อง เจอบ้างล่ะ   ผมจุดธูป

ไหว้พระ  กราบ  3 ที แล้วเดินเข้าไปดูรอบ  รอบ ตามพระพุทธรูปปางต่างๆ

เผื่อ ว่าจะมีข้อความเกี่ยวกับวิธีการทำความดีฝากไว้บ้าง   แต่ก็ไม่เห็นมีสัก

ข้อความเดียว  ผมเลยลองไปนั่งฟัง สวดอภิธรรมบ้าง  หยิบหนังสือสวดมนต์

มาอ่าน  พลิกไป พลิกมาบ้าง   ก็ไม่เห็นมีสักเล่มที่เขียนบอกไว้    ผมเดินจาก

มาด้วยความผิดหวัง........  แต่ก็รู้สึกอิ่มอกอิ่มใจแบบบอกไม่ถูกเหมือนกัน  

 

 

เวลา   18.13  น.   ผมเดินขึ้นสะพานลอยจะไปยังฝั่งตรงข้าม   เพื่อจะนั่ง

รถมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน    ตรงหัวมุมสะพานลอยถูกนั่งด้วยเด็กผู้หญิง

อายุประมาณ 10  ขวบ  เนื้อตัวมอมแมมนั่งขอเศษตังค์อยู่   เด็ก คนนี้น่าจะ

ได้เรียนหนังสือมากกว่ามานั่งทำแบบนี้   ทำไม ?    ขณะที่กำลังจะเดินผ่าน  

ผมล้วงมือเข้าไป ในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบเศษเงินขึ้นมาแล้วหย่อนมันลง

ไปในกระป๋องสีดำที่อาจจะเคยเป็นสีขาวมาก่อน    น้องเด็กผู้หญิงยิ้มหวาน 

แล้วไหว้ขอบคุณผม     ผมยิ้มหวานตอบ  แล้วเดินลงจากสะพานลอย 

จนถึงวินรถมอไซค์   ผมเรียก   ปื้ด   ปื้ด  ช่วยไปส่งบ้านหน่อย.......                  

 

 

ถึงแล้วครับพี่    ผมลงจากรถ   เอากุญแจที่อยู่ในกระเป๋าหลังกางเกงมาเปิด

ประตูบ้าน  แล้วก้าว ขึ้นบันไดไปบนชั้นสองเพื่อเข้าห้องไปทิ้งตัวเองลงบนเตียง  

พร้อมกับเอามือก่ายหน้าผาก   ทำความดี เพื่อพ่อนี่มันยังงั้ยนะ  ผมค่อย  ค่อย 

นึกทบทวนเรื่องราวตั้งแต่เช้าจรดเย็นว่าวันนี้ทำอะไรมาบ้าง   อืม..........  

ไม่รู้จริง  จริง  ว่าการทำความดีคือ การไม่เอาสิ่งของที่ที่ไม่ใช่ของ  ของเรา  

หรือ   การเข้าวัดเพื่อไหว้พระ  ฟังธรรม  ฟังเทศน์    หรือ   การช่วยเหลือ

เงินเล็ก  เล็ก  น้อย  น้อย ให้กับผู้ที่มีน้อยกว่าเรา  สิ่งเหล่านี้คือ การทำควา

ดีจริง  จริงเหรอ     มันอาจจะใช่และก็อาจจะไม่ใช่ก็ได้    ซึ่งตัวผมเองก็ไม่รู้

เหมือนกัน   แต่ สำหรับวันนี้  ถ้าให้ผมลองนึก  นึกดู  ถ้าว่าความดีคือการ

ทำให้ผู้อื่นมีความสุข   ถ้างั้นอย่างน้อยความดีของ ผมวันนี้คงเป็น   

 

"การที่ผมไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน  ก็น่าจะพอสำหรับผมแล้วล่ะ "

                                                      

                                              freedom_line                                                                                                                                          

 

 

 

 

edit @ 17 Nov 2007 21:12:43 by freedom_line

ความอ่อนโยน

posted on 09 Nov 2007 20:24 by danailieo

          

                    เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น....                                  

                                     ฉิบหาย !  สายแล้ว...                             

 

             ผมกระโดดลงจากเตียงแล้วรีบตรงไปยังห้องน้ำ  เพื่ออาบน้ำแต่งตัว

ออกไปทำงาน เหมือนปกติทุกวัน  บ้านผมค่อนข้างจะอยู่ลึกไปซักหน่อยกว่า

ะถึงป้ายรถเมล์   ผมจึงต้องใช้บริการรถ มอเตอร์ไซค์อยู่เสมอ    เวลาผม ก้าว

เท้าออกจากบ้าน อย่างกับนัดกันไว้ ผมจะเห็นชายหนุ่มอายุ  ประมาณ 19  ปี 

ตัวดำ  ดำ   หน้าโหด   แต่รอยยิ้มดูจริงใจ มาจอดรถมอเตอร์ไซค์ รอรับเหมือน

กับ เป็นคนขับรถประจำตำแหน่งของผม   แน่นอนมันไม่ใช่ ครหรอก  มันคือ

ไอ้ปื้ด  นักซิ่งวินมอไซค์ ประจำซอย คลอง 4   เองแหละ   และผมก็ใช้บริการ

มันอยู่เป็นประจำทุกวัน            

 

 

             พูดถึง  ปื้ด  ผมว่าถ้าใครเห็นมันครั้งแรก   เพียงแค่หน้าตาท่าทาง

ภายนอกของ มันคง ต้องมีคนคิดอยู่ไม่น้อยว่า ไอ้นี่มันต้องเคยเป็นฆาตรกร

ข่มขืนศพแน่นอน    แต่ก่อน  ปื้ดมันเคยบ่นให้ ผมฟังว่า     - --   พี่เชื่อป่ะ 

เมื่อก่อนที่มาขับรถวินใหม่ๆ   พอเวลาหัวค่ำทีไร ไม่มีใครยอมขึ้นรถผมเลย   

ขนาดวันที่ฝนตกยังไม่มีใครยอมนั่ง    ดันไปนั่งรถเพื่อนผมที่อยู่ข้างๆ   อีก

ผมล่ะโครต   sad    กว่าจะมีคนกล้าขึ้นรถผม   เหมือนเพื่อนวินคน   อื่นๆ  

ต้องใช้เวลาน่าดู   - - -   

 

 

             ผมคิดถึงตอนที่เจอ ปื้ด กันครั้งแรกแล้วก็อดนึกในใจไม่ได้ว่า ผมเอง

ก็เป็นคนหนึ่ง ที่ไม่อยากนั่งรถมันเลย   ก็ดูหน้ามันซิ     ก็เล่นหน้าดำโหดซะ

ขนาดนี้ ใครจะไปกล้านั่งกับมันว่ะ ( นี่ ขนาดผมเป็นผู้ชายนะ  แล้วเพศหญิง

จะคิดยังไงมีหวังซ้อนท้ายมันสงสัยโดนข่มขืนเสียสาวแน่   )    แต่ถ้าพูดถึง

ตอนนี้   ปื้ด   มันเป็น ถึงฮีโร่ประจำซอย  คลอง 4    เลยนะครับ     เพราะมี 

อยู่วันนึง ขณะที่มันกำลังขับ รถมอไซค์ไปส่งผู้โดยสาร  พอดีมีเสียงเด็กร้อง

ว่า     ช่วยด้วย  ช่วยด้วย   !   พอ หลือบไปมอง   ก็เห็นเด็กที่กำลังจะจมน้ำ  

มันเลยรีบโดดลงไปช่วยเด็กคนนั้น ทันที    แต่ที่ไหนได้ มันก็ว่ายน้ำไม่เป็น

เหมือนกัน   ทำให้เป็นความซวยของ ผู้โดยสารที่จะต้องช่วยทั้งเด็ก และมัน

ขึ้นมาอีก คนหนึ่ง   (  ส่วนผู้โดยสารนั้นก็ ไม่ใช่ใครหรอก  ก็ผมเองแหละ  ) 

แต่ถึงยังไง ปื้ด ก็ได้เป็นขวัญใจ ประจำซอย ถึงความมากน้ำใจของมัน  

                           

 

 

              หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้น ผมก็ได้คุยกับปื้ดมากขึ้น   ก็เพิ่งรู้ว่าปื้ด

นั้นต้อง   รับผิดชอบคนในครอบครัวที่มีทั้ง   แม่  และน้องอีก   2 คนที่กำลัง

เรียน หนังสืออยู่    ปื้ดไม่เคยเรียนหนังสือ  และต้องทำงานหนัก  ปกติทุกวัน

พอขับรถวินเสร็จ    ปื้ดจะไปรับจ้างเป็นเด็กล้างรถประจำอู่ท้ายซอยอยู่เสมอ 

เพื่อนำเงินมา   ให้แม่ใช้จ่าย ในชีวิตประจำวัน   และให้น้องได้เรียนหนังสือ   

ผมเคยถามปื้ดว่า  เหนื่อยไหม    ปื้ดตอบว่า  ---  ถ้าบอก ว่าไม่เหนื่อยก็โกหก

นะพี่ แต่ก็ดีกว่าให้แม่ เหนื่อยคน  ก็หวังว่าอย่างน้อยสักวันถ้าน้องมันเรียนจบ

มี งานทำจะได้มาเลี้ยง ผมบ้าง  ---   

 

 

              ผมคิดในใจบางทีผม หรือคนส่วนมากอาจจะมองที่รูปลักษณ์ภาย

นอกมากเกินไป     จนไม่ได้ นึกถึงว่าภายในเขาเป็นอย่างไร      บางคน 

หน้าตาดี    สังคมดี    แต่กลับทำลายคนมาแล้วไม่รู้เท่าไร แถม ที่เลวกว่า

ยังอกตัญญูกับพ่อแม่อีก  

                 

   

                 บางทีความอ่อนโยนของมนุษย์   คงสัมผัสไม่ได้ที่ภายนอก        

 

 

ถึงแล้วครับพี่   

             ตอนนี้   ปื้ด ก็พาผมมาส่งที่ป้ายรถเมล์แล้ว ผมหยิบตังค์ให้มัน 

แล้วมันก็พูดว่า  พี่ เดี๋ยวตอนเย็นผมมารับพี่ใหม่นะ  มันหยิบตังค์จากมือผม

แล้วก็ขับรถกลับไปรับผู้โดยสารคนอื่นต่อ   ผมมองจนมันขับรถหายลับไป

ส่วนในใจผมก็คิดว่า ..... ปื้ด       

 

 

 

                                                ---    สรุปว่าชีวิตนี้   ---

   ----  มึงจะไม่ให้กูเห็นแผ่นหลังคนขับรถมอไซค   คนอื่นแล้วใช่ไหมเนี่ย   ---                                                                                                         

เมื่อ-วัน-วาน

posted on 03 Nov 2007 18:21 by danailieo

 

ยืนเข้าไป  ปล่อยให้รอไป  เมื่อไรมันจะมาซะที

รอจนเมื่อยไปหมด   นานฉิบหาย  

 

นี่เป็นการขึ้นรถเมล์ครั้งแรกของผมในรอบหลายปี  ตั้งแต่เรียนจบ

ผมก็ขับรถไปทำงานทุกวัน แต่มีวันนี้แหละที่รถดันมาเสียซะได้ 

ทำให้ต้องมาขึ้นรถเมล์.....  เซ็ง การขึ้นรถเมล์ของผมครั้งนี้ต้อง

บอกว่าไม่ง่ายนักทั้งๆ  ที่ตอนเรียนก็ใช้บริการอยู่เป็นประจำ กว่าจะ

รู้ว่าจะต้องขึ้นรถสายอะไร  ต่อรถยังไง  ขึ้นตรงไหน  ก็ลำบากน่าดู  

แถมตอนนี้ก็ยืนคอยมาตั้ง ครึ่งชั่วโมงแล้วรถเมล์สาย  39 

ยังไม่มาสักคัน  ....  เซ็งโครต  

 

ฮ้ย..    เฮ้ย .... 

มา....      มาแล้ว...........โว้ย 

 

ผมกระโดดขึ้นประตูหลังรถเมล์อย่างรวดเร็ว   แล้วตรงเข้าไปจับจอง

ที่นั่งวางๆ  ด้านหลังสุด   ผมนั่ง ลงแล้วมองดูเวลา   (   น่าจะไปทันนะ   )

ผมห่างหายจากการนั่งรถเมล์มานาน     แล้ววันนี้ได้กลับมานั่งอีกครั้ง

ทำให้คิดถึงเมื่อช่วงที่กำลังเรียน    หนังสืออยู่ไม่น้อย     ผมนั่งมองออกไป

นอกหน้าต่าง แล้วปล่อยให้ลมปะทะกับห้วงเวลาเพื่อย้อนกลับไปในวัยเรียน

อีกครั้ง  มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ไม่มีวันลืม  มันเป็นเวลาประมาณนี้  ของทุกๆ  เช้า 

ที่ผมจะต้องเจอเธอคนนั้นบน  รถเมล์เป็นประจำ   พร้อมกับเพื่อนของเธอ

อีกคนหนึ่ง   (  ไม่ต้องไปสนใจเพื่อนของเธอหรอก  )   เธอมีผมยาวปะบ่า  

 ตาโต    ปากนิด    และจมูกที่ถึงแม้จะไม่หน่อยเท่าไรนัก   แต่ก็ดูเหมาะกับ

ใบหน้าของเธอดี  เวลาผมแอบเห็นเธอยิ้ม รอยยิ้มของเธอทำให้ผมใจละลาย

เหมือนน้ำแข็งอาบแดด      ที่นั่งประจำของเธอจะ อยู่ตรงแถวที่สามนับจาก

เบาะหลังริมหน้าต่างฝั่งคนขับ    เหมือนกับนัดกันไว้ผมจะเจอเธอนั่งที่เดิม  

เวลา เดิม   ทุกเช้า   โรงเรียนของเธอกับเพื่อนจะอยู่ก่อนโรงเรียนของผม

หนึ่งป้าย  ผมแอบมองเธออยู่หลายวัน

 

จนมีอยู่วันหนึ่งโอกาสก็มาถึง  วันนี้เพื่อนของเธอไม่มาเพราะฉะนั้น

ที่นั่ง ข้างๆ   ยังว่างอยู่  ผมสูดลมหายใจเฮือกใหญ่  พร้อมนึกในใจ  

- - -   สู้......โว้ย  - - -    ผมเดินตรงไปพร้อม กับค่อย...  ค่อย..... 

นั่งลง  ข้าง..  ข้าง...เธอ 

 

นั่งแล้วโว้ย......   กูนั่งแล้ว

หัวใจของผมค่อยๆ  เต้นแรงขึ้น  แรงขึ้น  ผมพยายามควบคุมอารมณ์

ของตัวเองไม่ให้เต้นแรงเกินไป เดี๋ยวกลัวว่าเธอจะได้ยินเสียงหัวใจของผม

ว่าคิดยังไง   เย็นไว้   เราเย็นไว้   ผมพยายามรวบรวมความกล้า ของตัวเอง

พยายามจะขยับอวัยวะที่เรียกว่าปากเพื่อจะถามชื่อของเธอ  (  เอาโว้ยกล้า..

หน่อย   กล้า  กล้าหน่อย  ยังไงก็ไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว   อย่างมากถ้าเธอ

ไม่มีใจ  แค่ขึ้นรถเมล์คันอื่นก็ไม่ต้องเจอหน้ากันแล้ว )  ผมสูดหายใจเข้าไปลึก

ลึกจนถึงตาตุ่ม   แล้วก็เริ่มที่จะขยับปาก    เธอชื่ออะ........    

 

        ขอโทษค่ะ  ขอทางหน่อยค่ะ……… 

        ครับ ครับ  ผมรีบขยับตัวเพื่อให้เธอเดินออกมา 

        แล้วก็ดูเธอเดินลงจากรถไป   โธ่เอ่ยเรา................. 

 

นับตั้งแต่วันนั้นก็ไม่เคยมีโอกาสเหมือนที่ผ่านมาอีก    ผมยังแอบ

มองเธออยู่อีกหลายเดือน มีอยู่วันหนึ่งบนรถเมล์ผมเจอแต่เพื่อน

ของเธอนั่งอยู่คนเดียว  (  สงสัยคงไม่สบายมั้ง  )   แต่จากวันจนเป็น

สัปดาห์ จากสัปดาห์เป็นสองสัปดาห์   ก็ยังไม่เจอเธอคนนั้น   จะเห็น

แต่ก็เพื่อนของเธอ    หรือเธอเกียจ หน้าผมแล้วด้วยความสงสัยใจผมจึง

ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเพื่อนของเธอ    - - -  เธอ  เธอ  โทษทีเพื่อนของ

เธอที่มาด้วยกันทุกเช้าไปไหนแล้ว  - - -   เธอมองหน้าผมแล้วยิ้ม  พร้อม

กับเอามือล้วงไปในกระเป๋าหยิบ จดหมายฉบับหนึ่งขึ้นมาให้  

- - - ลองอ่านดูล่ะกัน - - -  

 

ผมยื่นมือรับจดหมาย แล้วเดินกลับมานั่งที่เดิม    (  รีบแกะอ่านทันที   ) 

หวัดดีนาย.....  นายแน่มากที่กล้าเดินมาหาเพื่อนเรา 

คงสงสัยล่ะซิว่าเราหายไปไหน.. อิอิ   พอดีเราได้เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน

ไปเรียนอยู่ที่ญี่ปุ่น ประมาณ   3  เดือนน่ะ   วันนั้นที่นายมานั่งข้างเรานาย

ทำตัวตลกดีเหมือนจะพูดอะไรก็ไม่พูด   เข้ามาคุยกัน ก็ได้  เราไม่ได้กัดซะหน่อย   

โรงเรียนก็อยู่ใกล้กันแค่เนี้ย   ยังงั้ย อีก 3 เดือนค่อยเจอกัน    ยินดีที่ได้รู้จักนะ  

 

                                                                                                      ฝนค่ะ   

 

ดา..   ดี..   ด๊า..   ดี..   ด่า……

เสียงโทรศัพท์มือถือปลุกผมให้ตื่นจากห้วงของความหลัง  

ผมรับโทรศัพท์แล้วเสียงต้นสายพูดขึ้นว่า 

- - -  อยู่ไหนแล้ว     จะถึงยังค่ะ     หิวแล้วน้า  - - -   

ถึงแล้ว  ถึงแล้ว เดี๋ยวจะลงจากรถล่ะ    ฝน   รออยู่ตรงที่เดิมล่ะกัน

เดียวเดินไปหา   แค่นี้นะ    บ๊าย  บาย           

edit @ 3 Nov 2007 18:38:59 by freedom_line