คน - สอง - คน

posted on 11 Dec 2007 18:56 by danailieo

             

 

         วันนี้ลืมตาตื่นขึ้นมาก็เจอแต่ความว่างเปล่า              

         ไม่เจอคน  คนนั้น  ที่อยู่กับเราอีกแล้ว   

 

 

ตั้งแต่ ผมเลิกกับแฟน  ทุก  ทุกวัน ที่ผ่านมาความเหงามัน  ค่อย   ค่อย   

เริ่มเข้ามาทักทาย อยู่เป็นประจำ   ทั้ง   ทั้งที่ก็ไม่ได้สนิทกัน    ทุกครั้ง

ที่เดินผ่านฟิตเนสเซ็นเตอร์   ผมจะต้องรู้สึกเหงาทุกที   เพราะมันเป็นที่  

ที่ทำให้เราได้รู้จักกัน  และรักกัน   ผมคอยเตือนตัวเองอยู่เสมอให้เข้มแข็ง

แล้วค้นหา ความรักของตัวเอง ต่อไป    ต่อไปจนกว่าจะเจอกับใครสักคนที่

......เขารักเรา......     

 

 

ยังดีที่ช่วงนี้มีผู้หญิง สองคนที่เข้ามาในชีวิตของผม   ก็ทำให้ผมหายเหงา

ได้บ้าง  เธอทั้งสอง มีนิสัยที่ต่างกัน  คนหนึ่งเป็นสาวเปรี้ยว  พูดเก่ง   

ไปไหนไปด้วย   ส่วนเธออีกคนเป็นคนอ่อนหวาน น่ารัก    เอาอกเอาใจเก่ง   

แม้ทั้งสองจะต่างกัน    แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน    คือ ................ 

เธอทั้งคู่มีความรู้สึกที่ดี.....ให้กับผม     

 

 

 

นี่..   นี่...   เลี้ยวขวาจอดตรงนี้เลย               

 

ผมกำลังจะจอดรถโดยมีสาวเปรี้ยวนั่งอยู่ข้างๆ     ที่คอยพูดไม่หยุด   

วันนี้พวกเรามา ห้างสรรพสินค้าช็อปปิ้งกัน    เราทั้งสองเดินออกจาก

ร้านนู่น  เข้าร้านนี้  แล้วไปร้านนั้นตามภาษาคนมีตังค์   เธอชอบให้ผม

เลือกต่างหูให้   เธอบอกว่าผมเลือกสวยดี   ขณะที่กำลังเลือกซื้อของกันอยู่  

ผมแอบเห็นเธอ มองผู้ชายคนหนึ่ง  ผมค่อย   ค่อยมองตามสายตาของเธอไป  

แล้วกลับมามองหน้าเธอ      ด้วยหัวใจที่เต้น  ไม่เป็นจังหวะ        

พอเธอหันมาเห็นผมมองเธออยู่   เธอตกใจพูดว่า  หล่อดีเนอะ  

แถมหุ่นดีอีกต่างหาก  แต่ยังงั้ยก็น้อยกว่าคุณหน่า   

 

 

เรายังเดินกันต่อไปจนถึงเวลาประมาณ บ่ายโมงกว่าๆ  ก็หาร้านนั่งทาน

อาหารกัน    พอนั่ง ลงสั่งอาหาร   ทานไปได้ซักพัก  อยู่ดีดี  เธอก็ถามผม  

- - -  คุณคิดยังงั้ยกับฉันบ้าง  - - -    ผมฟังแล้วก็ได้ แต่ยิ้มไม่ตอบอะไร      

                    

 

หลังจากทานข้าวเสร็จเราก็ขึ้นรถกลับบ้านกัน  ระหว่างทางก็คุยเรื่องทั่วๆ 

ไปตามภาษา จนผม  เลี้ยวรถไปจอดหน้าบ้านเธอ   เธอเปิดประตูรถ แต่ก่อน

จะลงเธอพูด - -  เราอยากฟังคำตอบนะ - - แล้วก็ปิดประตูรถ  เดินเข้าบ้านไป    

            

 

พอผมส่งสาวเปรี้ยวลงรถเสร็จ   ก็ขับรถตรงดิ่งกลับบ้านตัวเอง   แต่อยู่ดีดี 

ขาผมก็ค่อย  ค่อย  สั่น แรงขึ้น  แรงขึ้น   ผมตกใจรีบเอามือล้วงเข้าไปใน

กระเป๋าตัวเอง  แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย   มี เสียงสาวหวานดัง

มาจากต้นสาย      ทำไรอยู่ค่ะ       

    เอ่อ   กำลังขับรถกลับบ้านอยู่ครับ   ลองทาลิปสติกที่ซื้อให้แล้วรึยัง      

สาวหวาน      ทาแล้ว   สีสวยดี   เมื่อวานที่ถาม   คิดออกแล้วหรือยัง   

นา นา นา   บอกหน่อยนะ     

ผมเงียบ      อืม....   แล้วเดี๋ยวจะบอกล่ะกันนะ   นะ      

     ก้อด้าย    ขับรถกลับบ้านดีดีนะ   เป็นห่วงนะค่ะ         

                   

 

ครับเรื่องที่สาวหวานอยากรู้คำตอบจากผม  เป็นคำถามเดียวกันกับที่สาว

เปรี้ยวถามผมเลย  ผมยัง ขับรถต่อไปเรื่อย  เรื่อย   ระหว่างทางก็คิดถึง

ทั้งคำถาม และคำตอบอยู่ในหัวตลอดเวลา  คิดถึงเธอทั้งสอง คนว่าผมควร

จะเลือก    จะตอบกับเธอทั้งสองคนยังงั้ยดี     ผมควรจะเลือกทางไหนดี  ?   

 

 

ผมเลี้ยวรถเข้าบ้าน  ดับเครื่องแล้วก้าวเท้าลงจากรถ  เดินตรงเข้ามาในห้อง

ด้วยใจที่อ่อนแรง ผมจะต้องเลือกทางใดทางหนึ่ง  ผมนั่งลงบนเตียงแล้ว

ถอนหายใจ เฮือกใหญ่   ผมค่อย  ค่อย   ปิดเปลือก ตาลงอย่างช้า  ช้า  

สูดหายใจเข้า  เพื่อให้ห้วงสมองทบทวนความรู้สึกที่ผ่านเข้ามา  แล้ว

ค่อยๆ  ผ่อนลม หายใจออกเพื่อค้นหาคำตอบให้กับตัวเอง   

ผมสูดหายใจลึก  ลึก   อีกครั้งหนึ่ง แล้วบอกกับตัวเอง

 

 

                                 ว่า   ว่า   ว่า         

  

 

    " อีห่า   กูไม่ได้ชอบชะนีนี่หว่า   กูชอบผู้ชายย่ะ  "                      

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                               

Dream

posted on 03 Dec 2007 10:36 by danailieo

 

 

คุณ ..... มีความฝันใช่ไหมครับ ?             

     

 

คนเราทุกคนเกิดมาผมเชื่อว่าทุกคนมีความฝัน  บางคนฝันใหญ่บ้าง 

เล็กบ้าง ก็สุดแล้วแต่คน ล่ะ    คุณจำตอนที่เป็นวัยรุ่นกำลังไฟแรงได้

ไหมว่าคุณอยาก ทำอะไรบ้าง     ผมให้เวลาคิด   

 

 

 

                                         .........................................                                                              

 

 

 

คิดออกแล้วใช่ไหมครับว่ามันเป็นยังไงมันเยี่ยมไปเลยใช่ไหมมันทั้ง

ยิ่งใหญ่ และ เต็มไปด้วย ความฝันที่สวยงาม      

 

 

 

                   แล้วตอนนี้ความฝันของคุณเป็นไงบ้าง      

 

 

 

บางคนก็ทำได้อย่างใจหวัง   แต่บางคนยังไม่ได้ทำเลยแม้แต่นิดเดียว 

แปลกนะครับ   โลกแห่งความ เป็นจริงมันไม่เหมือนในฝันเลย     

หลายคนมีข้ออ้างมากมายให้กับ ตัวเอง  อย่างบอกว่าไม่มีเวลาบ้างละ     

อายุขนาดนี้จะไปทำอะไรได้    ตอนนี้ยังไม่ พร้อม    และอีกมากมาย

ที่เราจะหาเหตุผลเพื่อที่จะไม่ไล่ตาม ความฝัน   

 

 

 

ทำไมล่ะครับ ......   

 

ถ้าเรากำลังมีข้ออ้างมากมายลองมาฟังเรื่องราวของพวกเขาบ้างดีกว่า   

 

 

แอริค  วีเลนไมเยอร์   ตาบอดตอนอายุ  13   เขาบอกกับตัวเองเสมอว่า

เขาฝัน ที่จะปีนขึ้นสู่ยอดเขา ที่สูงที่สุดในโลก   เขาได้ทำการฝึกฝนตัวเอง

อย่างหนัก   จนกระทั่งเขาเป็นคนตาบอดคนแรกใน ประวัติศาสตร์ที่ไป

ถึงยอดเขาเอเวอร์เรสต์ ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกได้สำเร็จ   

 

 

 

คริส  มูน     ขาขาดจากกับระเบิดตั้งแต่ยังเด็ก  แต่เขาฝันที่จะวิ่งมาราธอน

และแน่นอนครับ  เขาไม่เคยยอมแพ้     พฤษภาคม  ปี  1999     เขาวิ่ง

มาราธอนเป็นระยะทาง   700  กิโลเมตร และอีกหลายรายการที่มี การ

แข่งขันจนทำให้เขาได้รับเกียรติเป็นนักวิ่งถือ คบเพลิงไปยังสนามกีฬา

โอลิมปิก  ณ ประเทศญี่ปุ่น  

 

 

 

 ณอง โดมินิค  โบบี          ประสบอุบัติเหตุจากการขับรถจนเป็นอัมพาต

เคลื่อนไหว ร่างการ ไม่ได้  แต่เขาฝันที่จะเขียนหนังสือ ตอนนี้เขามีผลงาน

ของเขาหนึ่งเล่มเขาเขียน โดยการกะพริบตาเป็นรหัส สำหรับแต่ละตัวอักษร

เพื่อสื่อสารกับคนอื่นแล้วถ่ายทอดลง บนกระดาษ     

 

 

 

เป็นยังไงบ้างล่ะครับสำหรับ

คนอาการครบ  32  อย่างเรา……..                                         

 

 

                    มาสานฝันที่เรายังไม่ได้ทำกันดีกว่า    

 

 

ความฝันไม่สำคัญหรอกว่าจะเป็นยังไงจะใหญ่หรือเล็ก  จะล้มเหลวหรือ

ประสบ ความสำเร็จ  บางทีเราอาจจะเจออุปสรรคนานัปการ แต่อุปสรรค

ระหว่างทางมัน ก็ทำให้มีรสชาติมากขึ้นไม่ใช่เหรอ    เราอาจจะเริ่มจาก

ก้าวเล็กๆ ก่อน แต่ถ้ายังไม่ พร้อมเราก็แค่กระดืบๆ  เอาก็ได้ครับก็ขนาด

หนอนชาเขียวยัง กระดืบๆ  เพื่อต้องการ ยอดใบชาที่ดีที่สุดเลยนี่หน่า.........  

 

 

ถึงตรงนี้ผมก็ยังมีความฝันที่ผมเองก็พึ่งนึกมาได้เหมือนกัน ผมคงต้องวาง

ปากกา เพื่อไปตามล่า ความฝันของตัวเองดีกว่า      

    

 

 

 มันไม่สำคัญว่าจะล้มเหลวหรือประสบความสำเร็จ  "

          "มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำมันหรือเปล่า " 

 

 

 

ข้างล่างเป็นช่องว่างสำหรับความฝันของคุณครับ     

.....................................................................................................

.....................................................................................................

.....................................................................................................

.....................................................................................................

 

 

 

ปล.  1  พยายามเข้านะครับทุกคนรวมถึงตัวผมเองด้วย  

 

    2  ใครมความฝันอะไรลองมาบอกเล่ากันดูนะครับ

                     จะได้เป็นกำลังใจซึ่งกันและกัน   สู้  สู้................นะ

 


 

                                                                                                                                 

 

ครบ - 1 - ปี

posted on 23 Nov 2007 21:00 by danailieo

 

วันที่  6  มิถุนายน  2550                            

ครับ  วันนี้เป็นวันที่พิเศษสำหรับ เธอ และผม .....               

                           

 

   คอนโดสูง   21  ชั้น    

 

ชั้นที่ 9    ห้อง 903   ห้อง  ห้องนี้ เป็นห้องที่เราสองคนช่วยกันเก็บออมซื้อ

มาเพื่อสร้างฝันร่วมกัน   ห้องของเรามีขนาดไม่ใหญ่มากนัก     แต่ก็มีสิ่ง

อำนวยความสะดวกครบครัน    อย่างตรงมุมครัวที่เรา ช่วยกันทำอาหาร

อยู่บ่อย  บ่อย   แม้จะอร่อยบ้าง   ไม่อร่อยบ้าง   แต่ก็มีความสุขดี    มุมทีวี 

ที่ที่เราดูหนัง กันไป   กุมมือกันไป   หัวเราะพร้อมกัน   และก็ซึ้งพร้อมกัน  

มุมโรแมนติก ตรงระเบียง   เรายืนเคียงคู่ โอบกอดกัน มองดูพระอาทิตย์

ค่อย  ค่อยลาลับจากขอบฟ้า   แล้วคงจะดีไม่น้อยถ้ามี  เจ้าตัวเล็ก    เล็ก 

อีก ซักคนคอยวิ่งเล่นเติมเต็มความสุขให้แก่เรา               

 

 

 

ผมเดินผ่านห้องเข้าไป   เห็นเธอกำลังทำอาหารอยู่  แค่กลิ่นก็รู้ได้ทันทีว่า

ต้องเป็นต้มยำกุ้งของ โปรดของผม แน่  แน่   ผมกลืนน้ำลายหนึ่งที  แล้วเดิน

เข้าไปยังห้องนอน   ตามผนังห้องมีแต่รูปเราสอง คนเต็มไปหมด    ผมค่อยๆ

เลื่อนสายตามองดูรูป แต่ละรูป    อย่างช้า  ช้า  จนหยุดอยู่ตรงรูปบนหัวเตียง   

มันเป็นรูปที่    เธอ  กับ   ผม   สวมกอดกันในชุดแต่งงาน  วันนั้นมันเป็นวันที่

เราได้ประกาศให้คนรู้ว่า  คุณ  และผม จะรักกันตลอดไป.....   มีความสุขจัง 

 

 

ผมยืนระลึกถึงความหลังอยู่พักใหญ่   ก็  ค่อย  ค่อย  หย่อนก้น ลงตรงโซฟา  

นั่งดูทีวีที่เธอเปิดค้างไว้    ละครน้ำเน่าเช่นเคย    ปฏิทินที่วางอยู่บนโต๊ะ   

มีรอยปากกา วงกลมวันนี้เอาไว้   วันที่  6    ตรงมุมด้านล่างของเลขหกมี

ข้อความเขียนว่า         คิดถึงคุณที่สุดเลยนะที่รัก       ผมเห็นแล้วอดที่

จะฉีกยิ้ม   กว้าง   กว้าง   ไว้ไม่ได้     

 

 

 - - -   เฮ้ออ    เสร็จซะที - - -    เสียงดังมาจากในครัว   เธอเดินมานั่ง

ตรงโซฟา  ข้างๆ  ผม    เห็น หน้าเธอแล้วอดที่จะขำไม่ได้มอมแมมเชียว  

ผมเลยลุก  เดินเข้าไปในครัวเพื่อที่จะหยิบน้ำมาให้เธอ   ...   เพล้ง  ...   

เธอรีบเดินเข้ามาในครัวเก็บเศษแก้วที่แตกกระจายเต็มพื้น  ผมนี่แย่จริง  จริง 

ต้องทำให้เธอ เหนื่อยอีกแล้ว     

 

 

- - -  เฮ้ออออ   เสร็จซะที  - - -   เสียงดังมาจากในครัวอีกเช่นเคย   

เธอลุกไปจัดแจง    อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่    ส่วนผมก็ต้อง มานั่ง

จุมปุ๊กอยู่ตรงโซฟา   ดูละครน้ำเน่าที่เธอเปิดไว้  ....... ก็คนไม่ได้ตั้งใจนี่หว่า  

 

 

เธอเดินออกมาพร้อมกับใส่ชุดกระโปรงยาวสีดำลายจุดที่ผมเคยให้เป็นของ

ขวัญวันเกิด  จริง  จริง   แล้ว  ชุดกระโปรงนี้เป็นชุดที่เธออยากได้มาก  มาก  

มานานแล้ว แต่ราคาของมันนี่ซิ  ช่างไม่น่าซื้อซะเลย  แต่ด้วยความน่ารัก

ของผม   ผมเลยซื้อให้เหรอ  ?  เปล่า   ผมไม่ได้ซื้อหรอก  ผมเอาแบบชุดไป

ให้เพื่อนที่ เป็นช่างตัดเสื้อสอนผมตัด    แน่นอนครับ   ผมตัดมาให้เธอเอง

ดยใช้เวลาถึง  6   เดือนเต็ม   กว่าชุดจะ เสร็จ   แล้ววันนี้เธอก็ใส่มันอีกครั้ง

ดีใจจัง..........    

 

 

พอเธอจัดแจง  ทานู่น  ทานี่   หมุนตัว  360  องศา   อย่างกับนางแบบเดิน

แคทวอล์คบนเวทีระดับ โลก    กับกระจกจนพอใจแล้ว      ก็มานั่งบนเตียง  

พร้อมกับรูปถ่ายวันแต่งงานของเราสองคนอยู่ในมือ   ผมลุกจากโซฟา  แล้ว

นั่งลง ข้างๆ  เธอ    เธอนั่งพลิกดูรูปวันแต่งงานของเราสองคนอยู่นาน  

ผมเห็นดวงตาของเธอ มีน้ำ ใส  ใส   เอ่อ  ล้นออกมา  เธอค่อย  ค่อย  ขยับตัว

กอดรูปแต่งงานของเราไว้แน่น   แล้ว พูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ  - - -  ที่รัก

วันนี้ฉันสวยมั้ย    คุณรู้รึเปล่าหนึ่งปีแล้ว  ตั้งแต่วันที่คุณจากไปอย่าง 

ไม่หวนกลับมา   ฉันต้องคอยบอกกับตัวเองให้เข้มแข็ง  ไม่มีวันไหนที่ไม่

คิดถึงคุณ  คุณจำได้มั้ย  มุมทีวี ที่ เราดูหนังพร้อมกับกุมมือกัน   คุณจำได้มั้ย 

ครัวที่เราช่วยกันทำอาหารกันอยู่บ่อย  บ่อย ถึงแม้บางครั้งที่ฉัน จะทำไม่อร่อย 

แต่คุณก็กินอย่างอร่อยทุกที   คุณรู้รึเปล่าทุก  ทุก วันที่ระเบียง  ฉันต้องยืนอยู่

คนเดียวโดย ไม่มีคุณอีกต่อไปแล้ว  คุณกลับมาได้ไหม ?  - - -                                

 

 

.......  มือของผม  ค่อย  ค่อย   โอบสัมผัสเธออย่างแผ่วเบา  .......    

                    ....ที่ถึงแม้เธอจะไม่เคยรู้สึกก็ตาม  ......  

 

 

 

"   เลือดเนื้อแห่งชีวิต อาจจะทำให้เราต้องแยกจากกัน  "   

   "  หัวใจแห่งความผูกพันของเราไม่มีวันจางหาย  "

                                                                  

 

 

 

                                                             ผมก็ คิดถึงคุณที่สุดเลยนะที่รัก 

                                                                     .............................  

                                                                         

                                                                                                                                                                                                                             

 

 

 

 

 

 

edit @ 23 Nov 2007 22:04:40 by freedom_line