หน้าต่าง......บานเดียวกัน

posted on 05 Feb 2008 20:37 by danailieo

                                                                                                           อะไรวะ  !  แม่งด่ากันตั้งแต่เช้า        

          

ผมนั่งทำหน้าหมาหงอย    สายตาพร่ามัวเหม่อลอยเหมือนจอรับแสงของ

ตาดำ จะมีปัญหา  หลังจากโดนเล่นงานมาอย่างหนัก   ด้วยปืนกลเอ็ม 16  

ที่ยิงกระหน่ำแบบ ไม่กลัวกระสุนน้ำลายจะหมด   พอใกล้หมดก็เติมกระสุน

ด้วยน้ำหนึ่งแก้ว  แล้วเตรียมยิงใหม่     ส่วน ผมถึงแม้จะเริ่มหมดแรงแต่ ก็ใช่ย่อย 

เตรียมปืนบาซูก้ายิงส่วนกลับไปเป็นระยะๆ   อย่างไม่ยอมแพ้  ยังดีพอใกล้เที่ยง

มีระฆังน้ำย่อยตีหมดยกซะก่อน  ไม่งั้นคงจะด่ากัน ยังไม่จบ    ผมมองออกไป

นอกหน้าต่างบานนั้น    ถอนหายใจเฮือกใหญ่    เซ็ง     

ไปกินข้าวดีกว่า......   หิว...โว้ย                

 

 

กิน....   กิน...   กิน..     หลังจากอาหาร ค่อย  ค่อย  ลงสู่กระเพราะของผม

ไปเรียบร้อย    อาการหมาหงอย   กับจอลูกตาดำของผมก็เริ่มที่จะปรับรับแสง

ได้ตามปกติ    ผมหยิบแก้วน้ำขึ้น มาจอไว้ตรงปาก  แล้วใช้หลอด  เขี่ยน้ำแข็ง

ที่ขนาดกำลังพอเคี้ยว  กรุ๊บ   กรุ๊บ  เข้าปากไปหนึ่งก้อน    สายตาทั้งสองก็เริ่ม

จับจ้องไปยังหน้าต่างบานนั้น  ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะของผม    มีชายหนุ่ม   

กับหญิงสาว  คู่หนึ่งยืนทะเลาะกันดังลั่นอยู่ตรงหัวมุมถนน    ในอ้อมแขน

ของหญิงสาวอุ้มเด็ก ตัวน้อยที่กำลังร้องไห้อยู่   ต่างคนต่างเอาแต่ตะโกนใส่กัน 

ไม่มีใครฟังใครเลยสักคน  ถ้าตอนนี้ เด็กหญิงตัวน้อยพูดได้  คงพูดว่า พ่อ  แม่ 

อย่าทะเลาะกันเลย  ถ้าเรายังรักกันอยู่    เรายังรักกันอยู่ใช่มั้ย  ?       

          

 

พอกินข้าวจนอิ่มหนำสำราญแล้ว ผมก็กลับเข้ามาเก็บของในออฟฟิศเพื่อ

จะออกไป ขายของที่ร้านค้าแห่งหนึ่ง  จริง   จริง   แล้วป้ายรถเมล์ในกรุงเทพฯ   

น่าจะมีหมอน   และเตียง ไว้ให้นอนรอด้วย   กว่าจะมาแต่ละคันต้องรอแล้ว

รออีก   แถมบางทีเรายืนรออยู่ตั้งนานจากหัวไม่โด่   จนหัวโด่ มันยังไม่เห็นเรา 

ดันขับเลยไปซะได้........ อะไรวะ   

 

 

ผมโดดขึ้นรถเมล์  แล้วสอดส่ายสายตาหา ที่ว่าง  ว่าง  เพื่อที่จะได้เอา

แก้มก้น 2 แก้ม  หย่อนลงบนเบาะที่ไม่ค่อยจะ นุ่มสักเท่าไร  ตลอดทาง

ขณะที่นั่งคิดอะไร เพลิน เพลิน ไปเรื่อยเปื่อย    รถก็วิ่งผ่านบ้านหลังหนึ่ง  

พอมองลอดผ่านหน้าต่างบานนั้นออกไป  ผมเห็น  พ่อ  ลูก    ซึ่งผู้เป็นพ่อ 

ดูจากการแต่งตัวแล้วคงจะเป็นผู้บริหารของบริษัทที่ไหน สักแห่ง 

เขากำลังต่อว่าลูกชายตัวเองอย่างไม่ สนใจคนรอบข้าง  เด็กผู้ชายคนนั้น

ได้แต่ก้มหน้า ขณะที่ในมือกำลังกำกีตาร์คู่ใจอยู่ถึงแม้ผมจะนั่งอยู่ ในรถแต่แค่ดู

ก็พอจะรู้ว่าเขาทะเลาะเรื่องอะไรกัน   ผมได้แต่พร่ำบ่นกับตัวเอง   แค่คนเรา

ชอบไม่ เหมือนกัน มันผิดด้วยเหรอ ?          

      

 

ถยังวิ่งต่อไป เรื่อย  เรื่อย  เพื่อพาผู้โดยสารอย่างผมไปส่งให้ถึงที่หมาย  ลมจาก

ภายนอก ตีพัดลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาไม่หยุด  มันพัดจนกระทั่งหน้าต่างของแต่

ละคนพร้อมที่จะพังทลายให้ เศษแก้วที่แตกกระจาย   บาดลึกสู่จิตใจเราจนเกิด

เป็นรอยแผล    ผิดด้วยหรือที่คนเราเกิดมาแล้วจะชอบ อะไรไม่เหมือนกัน       

ทำไมเราจะต้องทะเลาะกัน  ทำไมเราไม่ฟังกัน  ไม่เป็นไรหรอกมั้ง  ถ้า

เราคิด ไม่เหมือนกัน  ?  หรือ  เพียงแค่สิ่งที่ผมทำมันไม่ตรงใจคุณ  ผมก็เลยผิด ?   

หรือ   หรือ   .....................  เพียงแค่      

 

 

 

     พวกเราใช้กระจกสายตามองผ่านหน้าต่างของตัวเองมากเกินไป              

 

                   

 

 รถเมล์จอดถึงป้าย  ประตูเปิดออก  ผมเดินลงบันได  ทีละขั้น  ทีละขั้น  เมื่อเท้า

สัมผัสกับพื้น แล้ว  ขาก็ก้าวออกเพื่อไปยังร้านค้าแห่งหนึ่งที่มีหน้าต่างอยู่เต็ม

ไปหมด  ผมเดินเข้าไปในร้าน  ตรงหน้าร้านมีป้ายเขียนไว้ว่า   

   รับซื้อหน้าต่างทุกบาน   ทุกชนิด      

ผมเดินเข้าไปหาเจ้าของร้าน ที่มีหน้าตายิ้มแย้ม พร้อมกับหน้าต่างของตัว

ผมเองหนึ่งบาน  ไม่แปลกหรอกครับ   ที่ทุก ทุกคนย่อม   มีหน้าต่างความคิด 

กระจกมุมมอง  เป็นของตนเอง  แต่ว่า ..................... 

ตั้งแต่วันนี้ผมขอมองหน้าต่าง บานเดียวกับคนอื่นบ้างก็คงดีเหมือนกัน  

 

 

" บางทีเรา  ฉันและเธอ  มองหน้าต่างบานเดียวกันบ้างก็คงจะดี  "

 

 

 

 

    freedom_line   กลับมาแย้ววววววว

                                                                                                                                                     

 

                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                             

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ยัวจำกันได้หรือเปล่าไม่รู้
คงไม่ต้องบรรยายว่าที่ผ่าน
มาไอ้หมอนี่มันหายไปไหน
เชื่อว่าพวกคุณก็คงไม่ได้
อยากรู้ซักเท่าไร
มันอกหักหรอ ?
มันท้อแท้กับชีวิตหรอ ??
มันไปเที่ยวหรอ ???
หรือมันแค่ขี้เกียจเขียน ?
ที่ผ่านมาเอาเป็นว่าให้มันกองไปตรงนั้นล่ะกันเนอะ


ปล. ไม่รู้จะพูดยังไงดี
คุณกับผม
คุณนั้นแหละครับ คุณที่กำลังอ่าน
บรรทัดนี้อยู่ เราไม่เคยเห็นหน้ากัน
ใช่มั้ยครับ แต่คุณยังเข้ามาดูบ้าง
เข้ามา ทักทายบ้าง emsบ้าง
ขนาดที่ผมหายไปนานขนาดนี้...
ทำไมครับ เพราะอะไร ?
คุณถึงเข้ามา แวะเวียนที่บ้านหลังนี้ ?

มันเป็นความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกจริง จริง
กับคนที่เรู้จักกันแค่ผ่านอักษร แต่กับ
มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ดีใจจัง

คงจะไม่มีอะไรนอกจากคำว่าขอบคุณ
จริง จริง กับน้ำใจที่คุณมีให้กับผม
ขอบคุณจริง จริง นะ

#1 By freedom_line on 2008-02-05 21:00

แม้ว่าทุกคนจะถือกำเนิดมา ณ ดาวเคราะห์ดวงเดียวกัน แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะเกิดมาเพื่อกระทำในสิ่งเดียวกัน

มนุษย์เราก็เป็นแบบนี้ หน้าต่างกรอบใหญ่ แต่ใจกลับแคบ คงจะดีไม่น้อย ถ้าใจดวงนั้นมองเห็นอีกด้านหนึ่งของกำแพง ซึ่งแม้ว่าจะมองไม่เห็นหนทางข้างหน้า แต่ก็ยังคงมองเห็นแสงประกายแห่งความฝัน



confused smile หายไปไหนมาเอ่ย หิหิหิ

#2 By ire_u on 2008-02-05 21:04

sad smile อ่าว เผลอถามไปแล้ว...ขอโทษทีค่ะ

big smile พยามเข้า...นะคะ

#3 By ire_u on 2008-02-05 21:05

freedom_line กลับมาแย้ววววววว
กลับมาแล้วจิงๆด้วยยยยยย
big smile confused smile big smile

#4 By *-*นู๋บู่*-* on 2008-02-05 21:07

หายไปนานกลับมาซักทีนะคะเนี่ย งี้แหละค่ะ
คนเรา แม้จะใช้ชีวิตใกล้ชิดกัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องชอบหรือคิดอะไรเหมือนกัน แล้วจะไปหวังเอาอะไรกับคนอื่นเน๊อะ
คราวหลังก็อย่าหายไปนานนักนะคะพี่ เพื่อนในนี้หายไปทีละคนๆ เฮ้อ...เหงาangry smile

#5 By [ N o r t H S t a R ] on 2008-02-05 21:23

งี้แหละคนเราอ่ะ ถ้าคนเรามองเหมือนกันเราว่านะโลกนี้คงสงบสุขกว่านี้อ่ะbig smile

#7 By mie*music*bie on 2008-02-05 23:45

*-*
อ่านแล้วผมเข้าใจนะครับ เพราะผมเองก็มีหน้าต่างบานเดียว แต่มีหลายๆคนอยากให้หน้าต่างบานนี้เป็นบานที่ส่องมาที่พวกเขา...

ผมพยายามเบือนหน้าหนี แต่ทำไม่ได้อย่างที่ใจคิด เพราะบางทีผมอาจฝืนในหลักการและเหตุผลไปไม่ได้ ผมเรียนมาทางหนึ่ง แต่ใจอยากไปอีกทางหนึ่ง และนี่ก็ใกล้ถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อแล้ว ผมกำลังจะทิ้งในสิ่งที่ผมสั่งสมมา และโผเข้าหาจุดเริ่มต้นใหม่ที่มันแทบจะไม่มีอะไรให้ยึดเหนี่ยวเลย มันควรเป็นเช่นนั้นหรือเปล่า?

มันเสี่ยงไปหรือ?

หรือมันคุ้มค่าที่จะเสี่ยง?

หากผมเสี่ยง มันจะทำให้คนที่ผมรักเสี่ยงไปด้วยหรือไม่?

ตัวผมอาจยอมรับผลของความเสี่ยงได้ แต่ไม่แน่ใจนักว่าหากคนที่ผมรักได้รับผลนั้นด้วย ผมจะยอมรับความเสี่ยงไหม?

แม้ว่าผมอาจไม่มีความแน่ใจในตอนนี้นัก

แต่...

หลายสิ่งสอนให้ผม -เชื่อ- ในสิ่งที่ทำ -ศรัทธา- ในสิ่งที่เชื่อ และทุกวันนี้คำสอนดังกล่าวก็ยังเห็นผล ก็ยังเป็นความจริงที่ผมสัมผัสมันได้มาตลอด เพียงแต่ว่า ในบางครั้งนั้นมันอาจดูขัดกับเหตุผล และทัศนะคติของใครบางคน...

คนที่ผมรัก...

ผมสร้างหน้าต่างบานนี้มานานแล้วครับ และตอนแรกมันถูกเปิดไว้ตลอดเวลา พ่อแม่ของผมพยายามปิดมันตั้งแต่มันยังสร้างเสร็จใหม่ๆ บอกให้ผมตอกตะปูปิดตายมันซะ แล้วกลับมายังบานหน้าต่างที่ขายกันดาษดื่น...

ผมได้แต่พยักหน้า แล้วทำเพียงแค่ -ลงกลอน ลั่นดาน- ชั่วคราวเท่านั้น ไม่นานนักผมก็แอบมาเปิดมันอีก ครั้งแล้วครั้งเล่า มองออกไป ยิ้มกับมันเสมอๆ จนทุกวันนี้ผมได้ถอดเอาบานหน้าต่างออกเหลือเพียงแต่ช่องให้ผมมองออกได้ตลอดทุกเมื่อเชื่อวัน



ผมเสียตายครับที่ต้องปิดมัน มันคือหน้าต่างบานแรก และบานเดียวที่ผมสร้างมันขึ้นมากับมือ

ผมรักมันครับ เพราะมันคือส่วนหนึ่งของชีวิตผม...



หน้าต่างที่ทำให้ผมได้เห็นในสิ่งที่ผมอยากเห็น...


และผมกำลังจะปีนหน้าต่างบานนี้
แล้วออกไปข้างนอกนั่น...


ตามลำพัง...



มีเพียงศรัทธาเพียงอย่างเดียวครับที่ผมหยิบมันมาเป็นเพื่อนในการเดินทางครั้งนี้...

พูดถึงศรัทธาแล้ว...

แต่ก่อนผมรู้ว่า ศรัทธา ทำให้คนเห็นในสิ่งที่อยากเห็น..

มาตอนนี้ผมรู้ความจริงเพิ่มเติมอีกว่า...

ศรัทธา ไม่ได้ทำให้เห็นในสิ่งที่อยากเห็นเท่านั้น...


แต่ศรัทธา ทำให้สิ่งที่เห็น กลายเป็นความจริงดั่งใจเราต้องการด้วย

เชื่อสิ่งไหน ก็ได้สิ่งนั้นครับ...


ขอบคุณบทความดีๆจากคุณ Freedom_line มากๆครับ

^-^V

#8 By ::poompuien:: on 2008-02-06 02:06

big smile

#9 By # li DarK_SpritE il # on 2008-02-06 05:56

"กลับมาแล้วเหรอ?"
.
.
เอาน่า บางทีเราก็ปลงกับเรื่องแบบนี้เป็นระยะๆ เราไม่มีทางรู้ว่ามองแต่หน้าต่างของตัวเองจนมีคนมาขัดใจเรานั่นแหละ
.
.
"we're happy to have you home!"
big smile

#10 By ArchmaniaC on 2008-02-06 08:14

บางที บางครั้ง หน้าต่างบานเดียวกัน อาจจะกว้างเกินไปหรือแคบเกินไปสำหรับใครอีกคน

ทั้ง ๆ ที่มันเป็นบานเดียวกัน .......

แต่มันต่างกัน ในเวลา และใจ ที่ใช้มอง
ดวงตาเราเป็นหน้าต่างของหัวใจคิคิ(มาก้อเริ่มเสี่ยวเรย555)

ชีวิตคนเรานั้นแตกต่างออกไปแร้วแต่ว่าเรานั้นจะเลือกที่จะเดินแบบไหนกัน

นั่งรถเมล์นี่ทำให้เห็นหลายๆชีวิตที่บางครั้งเรายังดีกว่าเค้าเยอะbig smile

หายไปนานเรยนะเนี้ยดีแร้วคะที่กลับมา
question
ดีใจจังที่กลับมาซะทีค่ะ เย้เย้

#13 By V@R on 2008-02-06 14:54

บ้านผมเพิ่งขายวงกบไปเนี่ย แถมหน้าต่างให้ด้วยนะquestion

#14 By MinimarT on 2008-02-06 17:54

..พวกเราใช้กระจกสายตามองผ่านหน้าต่างของตัวเองมากเกินไป...

บางทีคนเราก็มักจะคิดถึงแต่ตัวเอง มองแต่ในมุมของตัวเอง จนลืมมองในมุมของคนอื่น การไม่เข้าใจมันเลยเกิดขึ้นเสมอๆ

ชอบนะคะบทความเรื่องนี้ มันให้ข้อคิดเตือนใจเราได้ดี เพราะเรื่องเหล่านี้ก็มักจะเคยเกิดขึ้นในชีวิตของคนเราทุกคน พอได้อ่านก็ได้คิด ได้มองในมุมอื่นมากขึ้น แล้วคิดว่าน่าจะเข้าใจเค้ามากขึ้น

ยินดีด้วยนะ สำหรับความสำเร็จของบทความดีๆอีกบทความนึง และก็ยังจะคอยสนับสนุนคุณ Freedom_line เหมือนเดิมนะคะ

Do it well (^_____^)

#15 By AT Noon (58.8.139.187) on 2008-02-06 21:14

หน้าต่าง มุมมอง ของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน

เกิดจากปัจจัยแวดล้อมของแต่ละคนที่ต่างกัน

หากเราคาดหวังจะให้คนอื่นมีหน้าต่างหรือมุมมองเดียวกับเรา

นั่นเรากำลังทำร้ายตัวเองอยู่

เลือกคิด เลือกทำ ในสิ่งที่ทำให้ตัวเองมีความสุขดีกว่า

big smile
นอกจากมุมมองที่แตกต่างกันไปแล้ว..คงขึ้นอยู่กับช่วงเวลาด้วย..เมื่อก่อนบางเรื่องคิดว่าอย่างนี้ ..แต่วันนี้ มันอาจจะเปลี่ยนไป

surprised smile

#17 By ✿Decies✿ on 2008-02-07 14:09

ยินดีต้อนรับการกลับมาค่ะ big smile
นึกว่าจะหายไปแล้ว หายไปเลยนะนี่....
ดีใจที่กลับมาให้ได้อ่าน บทความ ความรู้สึก..
แบบนี้อีก...

ที่ผ่านมา ก็แอบแวะเข้ามาเยือนเหมือนกันน๊า...
แต่ก็ได้แต่จากไปเงียบ ๆ เพราะยังไม่มีสัญญาณ
การเคลื่อนไหวใด ๆ จากหน้าต่างบานนี้น่ะสิค่ะ double wink

แล้วหน้าต่างบานนี้ก็เปิดรับสัญญาณจากผู้มาเยือนอีกครั้งนะคะ big smile

และตอนนี้ ทุกคน ก็มองหน้าต่างบานเดียวกันตรงหน้านี้
แล้วล่ะค่ะ big smile

มีความสุขกับความรักทุก ๆ วัน นะคะ

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ big smile
ว่าแต่เจ้าของบอคหายไปไหนคะเนี้ยยยยsad smile

หายไปนานเชียว
หายไปซะนาน ,, ปลีเองก้อหายไปเหมือนกันค่ะ

อิอิ

แต่หายไปแล้ว ก้อใช่ว่ามือตกนะ

ยังชอบเหมือนเดิม ^^

ขอบคุณนะคะ ที่หาเอาอะไรดีๆ มาให้อ่าน

บายๆค่ะ

#22 By P-Plee on 2008-04-03 00:18

สวัสดีค่ะ...คุณหน้าต่าง..บานเดียวกัน..

อิอิ..ทักทายชื่อนี้ซะเลย เพราะเปิดเข้ามาทีไร...
เจอชื่อเรื่องนี้ใหญ่โตเลย..sad smile

หายไปไหนคะเนี่ย...ไม่มีอะไรค่ะ เข้ามาทักทายconfused smile

และก็แวะมาสวัสดีวันปีใหม่ไทย ๆ ด้วยจ้าdouble wink

สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ.. big smile
เดินทางไปไหน ปลอดภัยตลอดทุกเส้นทางน๊า big smile

เมาไม่ขับ นะคะ open-mounthed smile

มาใหม่ ๆ ๆ เมื่อวานลืมเล่นน้ำด้วยค่ะ cry

เปียกรึยังค่ะวันนี้...ถ้างั้นขอ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ น้ำ รับวันสงกรานต์หน่อยนะคะ

อิอิ เย็น ๆๆๆๆ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ชุ่มฉ่ำ ๆ ๆ ๆ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ

เย็นป่าว ๆ ๆ ๆ ๆ ขันน้ำ ขันน้ำ confused smile

อากาศเย็ฯมากแล้วช่วงนี้

ไม่รู้ว่าที่ห่างหายไปเป็นยังไงบ้าง

รักษาสุขภาพ ทั้งร่างกายและจิตใจ

คิดถึงนะคะ

ถ้ายังไงกลับมาก็ช่วยจ่ายที่อยู่ไว้ให้ทาง อีเอ็มเอส ด้วยนะคะ

อยากที่จะส่งการ์ดปีใหม่ให้เหลือเกินค่ะ

#25 By # li DarK_SpritE il # on 2008-12-10 20:02