สมุดปกขาว

posted on 20 Dec 2007 13:42 by danailieo

 

เช้านี้ลืมตาตื่นขึ้นมา   เป็นเช้าที่อารมณ์ของผมนั้นดีเป็นพิเศษ   

ทำไมเหรอครับ ?     ก็เพราะมันเป็นวันที่ความหวัง  ความฝัน   

ที่ผมได้พยายามมาตลอด   เป็นความจริง    แล้วนะซิ  !    

ตอนนี้ผมก็ยังคงนอนอยู่บนเตียงอันนุ่มนิ่มพร้อมกับมีสมุดปกขาว 

อยู่ในมือหนึ่งเล่มซึ่งเจ้าสมุดปกขาวนี่แหละที่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตผมไป                              

 

 

 

สมุดปกขาวเหรอครับ  ?   มาเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง 

 

ในวันนั้นก็เหมือนกับเช้าของทุกๆ วันที่ผมจะต้องแต่งตัวออกจากบ้าน 

ไปทำงานเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง   เพื่อสนองตัณหาให้กับตัวเอง   ผมก็

เหมือนกับคนทั่วไปที่มีความฝัน  แล้วอยากจะไปให้ถึงแต่ก็ไม่เคยคิด

ที่จะลงมือทำมันสักที     ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม    อาจจะเป็นเพราะขี้เกียจ    

หรืออาจเพราะไม่อยาก  พบกับความผิดหวัง   หรือ  สุดท้ายผมอาจดูถูก

ความสามารถของตัวเอง  ก็เลยพาล ให้ ไม่ลงมือทำอะไรสักอย่าง

จริงๆ  จังๆ  สักที        

 

 

 

แต่วันนี้มีสิ่งที่ทำให้ชีวิตของผมต้องเปลี่ยนไป 

 

ขณะที่ผมกำลังจะก้าวเท้าเพื่อเปิดประตูบ้านก็มีอะไรไม่รู้ตกลง

มาจากบนฟ้า    โดนหัวผมอย่างจัง  พอก้มลงไปดู   มันเป็นสมุด

ปกขาวเล่มหนึ่ง   ผมก้มตัวเก็บ  มันขึ้นมา   ขนาดของมันเหมาะ

กับมือของผมพอดี   ผมนึกในใจสมุดอะไรว่ะ     พอพลิกเปิดดูกลับ

มีข้อความเขียนไว้ว่า              

 

 

 

   คนที่มีความฝันแต่ไม่ลงมือทำ   มันก็คือไอ้แก่ขี้แพ้   ในอนาคตนั้นแหละ     

 

 

ผมเก็บสมุดปกขาวไว้กับตัวแล้วก็เดินออกจากบ้านไป  แต่ข้อความ

ในสมุด  ยังคงก้องอยู่ในหัวตลอดทั้งวัน   พอกลับถึงบ้านผมนึกถึง

ข้อความนั้นอยู่ตลอด    ผมรู้สึกว่าคงปล่อยให้มันเป็นแบบนี้อีกต่อ

ไปไม่ได้แล้ว     ผมไม่อยากเป็นไอ้แก่ขี้แพ้ ในอนาคต         นี่หว่า    

ผมลุกขึ้นพร้อมกับมีเจ้าสมุดปกขาวติดมือขึ้นมา   แล้วตรง ไปยังโต๊ะ

ทำงานในห้อง เพื่อนั่งลงแล้วบรรจงเขียนความฝันของตัวเอง 

 

 

พอเขียนเสร็จ   ผมนำเจ้าสมุดปกขาวซึ่งถูกบรรจุความหวัง  และ

ความฝันทั้งหมด  ของผมไปให้คนในครอบครัวอ่านโดยเริ่มจาก 

พ่อ  แม่  พี่  น้อง  และ ทุกๆ  คน ที่อ่านหนังสือออก........แต่       

                           

 

 

   ทุกคนไม่มีใครที่อ่าน และเข้าใจในสิ่งที่ผมเขียนขึ้นเลยสักนิด       

 

 

ผมกลับมาที่ห้องแล้วนั่งลง มือข้างหนึ่งปิดหน้าเอาไว้  ความรู้สึกตอนนี้

ทั้งท้อ    และหมดหวัง  ผมพูดกับตัวเองว่า    ทำไม     ทำไม    ทำไม

ม่มีใครสักคนที่เข้าใจ     เราไม่น่าจะไปเชื่อไอ้ประโยคบ้าๆ  นั้นเลย 

เพราะมันทำให้เรามานั่งเสียใจอย่างนี้   ขณะที่ผมกำลังท้อแท้อย่างที่สุด 

ทันใดนั้นก็มีคนมาเคาะประตูห้อง   

 

 

ก๊อก      ก๊อก      ก๊อก  

 

ผมเดินไปเปิดประตูแล้วก็เจอชายหนุ่มคนหนึ่ง เขามีอายุ  และขนาด

รูปร่าง  ใกล้เคียงกับผม    ผมยังไม่ทันถามอะไร    เขากลับพูดขึ้นมา

ก่อนว่า   ขอดู  ความฝันของนายหน่อยซิ ผมทำหน้า งง แต่ก็เดินไปหยิบ

สมุดปกขาวที่อยู่ บนต๊ะมาให้เขาอ่านดู  พออ่านจบแล้วเขาก็พูดขึ้นว่า                      

 

           

 

   ฉันเชื่อว่านายทำมันได้   ถ้านายมีความมุ่งมั่นพอ  จงเชื่อในความฝันของตัวเอง       

 

 

เขาพูดเสร็จแล้วก็จากไป  ผมฟังคำพูดของเขาแล้วคิดกับตัวเองว่า  เราต้อง

ทำได้     เราต้องทำให้ได้อย่างน้อยก็มีคนหนึ่งล่ะที่เชื่อว่าเราทำได้  หลังจาก

วันนั้นผมก็  พยายามที่จะเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างเท่าที่กำลังของผมจะทำไหว   

ผมต้องออกจากบ้าน ตั้งแต่เช้ากลับถึงบ้านก็มืดค่ำเพื่อที่จะได้บรรลุฝัน

ของตัวเอง                                  

 

 

เวลาผ่านไประยะหนึ่ง  ขณะที่ผมเดินเข้ามาในบ้าน  แม่ผมถามขึ้นว่า 

กินข้าว แล้วหรือยัง   ช่วงนี้ดูเหนื่อยๆ นะ  กลับบ้านดึกทุกวันเลย  ไหน

ขอแม่อ่านสมุดปกขาว อีกครั้งนึงซิ    ผมทำหน้า  งง  งง  แต่ก็ยื่นให้แม่อ่าน

ดูพอแม่อ่านจบ  แม่ไม่ได้พูดอะไร   ผมรับเจ้า สมุดปกขาวที่แม่ส่งคืนมาให้ 

แล้วก็เดินขึ้นไปบนห้อง แต่ขณะที่กำลังจะ ปิดประตูห้องลง  

แม่ก็ตะโกนขึ้นมา                             

                                                  

 

 

"   เป็นความฝันที่ดีนะ   ช่วงนี้เหนื่อยหน่อย แต่ก็พยายามเข้าล่ะกัน   "  

                                "   แม่จะเป็นกำลังใจให้นะลูก   "    

 

 

ทันทีที่ผมได้ยินคำพูดของแม่  ความรู้สึกที่เก็บเอาไว้ว่าไม่มีคนเข้าใจเรา

ก็เอ่อล้น ออกมาจากดวงตาจากความพยายามของเราอย่างน้อยก็เริ่มที่จะ

มีคนเข้าใจ และ พร้อม ที่จะคอยดูความฝันของเรา    

 

 

จนถึงวันนี้วันที่ผมได้ทำตามความฝันของตัวเองสำเร็จและตอนนี้ก็ยังคง

นอนแผ่  หลาอยู่บนเตียง   คุณก็รู้ว่ากว่าที่จะมีคนเข้าใจ   กว่าที่จะถึงจุดหมาย  

มันอาจจะต้อง  แลกมาทั้งน้ำตา  และความอ่อนแอ่ที่เรามีอยู่แต่ถ้าเราไม่ยอม

แพ้สักวันมันคงต้องเป็น  วันของเราบ้างล่ะหน่า..............  &nbs